บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

[ รีวิวหนัง ] Spider Man - Into the Spider-verse : สไปเดอร์แมน - ผงาดสู่จักรวาลแมงมุม 🕷️🕸️🌀

IndyFox จิ้งจอกสายอินดี้ ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 - 12:02 น.
AA 44

🎬 เรื่องย่อแบบไม่อ้อมค้อม ไมลส์ โมราเลส เด็กกะโปโลวัยมัธยมที่มีชีวิตห่วยๆในโรงเรียน โดนแมงมุมอาบรังสีกัดและกลายเป็นสไปเดอร์แมน เขาคิดว่าตัวเองคือสไปดี้เพียงหนึ่งเดียว แต่ผิดถนัดเมื่อเกิดเหตุการณ์ระเบิดของเครื่องเร่งอนุภาคโดยฝีมือตัวร้าย ไมลล์ได้พบกับกลุ่มคนที่มีพลังเหมือนตัวเองจากมิติอื่น และเพื่อหยุดมหันตภัยของโลกในทุกมิติ ภารกิจรวมทีมสไปเดอร์แมนสุดวายป่วงจากหลากจักรวาล เพื่อหยุดแผนวายร้ายคิงพินอ้วนกลมหน้าตากวนทีน จึงถึงคราวอุบัติขึ้น !!

|
// [ การดำเนินเรื่อง ] 7.5/10 คะแนน
|
ดำเนินเรื่องไวดี แป้บๆรู้แผนตัวร้าย พระเอกโดนแมงมุมกัด เป็นสไปเดอร์แมนได้ไม่กี่วันยังไม่ทันคุมพลังเป็นด้วยซ้ำ เจอสไปเดอร์แมนจักรวาลอื่นเลย มีการปูแต่ละตัวละครเล็กน้อยพอให้คนไม่ตามคอมิกรู้เรื่อง เล่าเรื่องออกมาได้กวนๆฮาๆดี ฟังเพลินและสนุกไปกับมันได้ทั้งเรื่อง จิกกัดมีบ้างพอเป็นพิธีล้อในค่ายตัวเองนี่แหละ ไม่จิกนอกค่าย

พวกมุกตลกนี่แม่งฮาสัดๆปลัดบอก คือมันกวาดได้ทุก dialog จริงๆ จังหวะลูกล่อลูกชนคือเป๊ะมาก ข้ามขั้นล้ำกว่าตลกคาเฟ่ทั่วไป นั่งดูนั่งขำนั่งอมยิ้มไป สองตัวละครที่ตบชงมุกกันเองได้โคตรบันเทิง ก็คือไอ้เด็กหนุ่มโมราเลส กับปีเตอร์ ปาร์คเกอร์จากอีกมิติ ด้วยนิสัยที่มันกวนพอกันดูเข้าขากันดี

ข้อเสียก็คงเป็นการเล่าปมตัวร้าย และเหตุผลแรงจูงใจตัวละคร ที่ออกจะทื่อๆ และประหลาดไปนิด เหมือนยัดลงมาให้พอดูมีอะไร และยังดูขยี้อารมณ์ไม่สุดเท่าที่ควร
รวมถึงฉากตอนจบที่ง่ายเกินไป คือยังไม่ทันหายลุ้นเลยพี่แกชิงจบซะแล้ว คนร้ายดูทรงแล้วไม่ได้เก่งกาจอะไร วางแผนป้องกันก็ไม่ค่อยสมเป็นแผนการณ์ใหญ่เท่าไหร่

// [ ฉากต่อสู้แอ็คชั่น ] 8.5/10 คะแนน
|
บอกได้คำเดียว เรื่องนี้สู้กันทีมันชิบหาย!! กระโดดยิงใยไต่ผนัง เซ้นแมงมุมมา สไลด์หลบหมัด ม้วนตัวถีบเข้าหน้า ตัวร้ายซัดกลับมากางแขนปัด เหวี่ยงตัวเองขึ้นเพดาน แล้วอัดลงมาอีกที
สีสันตอนฟาดกันแต่ละหมัดนี่เจ็บแสบสไตล์คอมิกเต็มมาก มุมกล้องคือทรงพลังเชี่ยๆ เจาะแต่ละหมัดได้เท่ และลุ้นจนแทบไม่มีเวลาพักหายใจ ด้วยความที่มันใส่ความฉบับการ์ตูนเข้าไป มันเลยเว่อร์ได้เต็มที่ไม่ต้องสนความเรียลมาก ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงได้หมด แต่คือมันดีงามสัดๆ และโคตรมันส์แน่นวล

จุดเสียก็เห็นจะเป็นความที่มันบวกกันไวฉึบฉับไปหน่อย และแสงสีตัดสลับเร็วมาก จนดูนานๆ ก็ตาล้า ชวนปวดขมับเป็นบางซีน คือแยกยากนิดว่าใครมันสู้ใครมันกระโดด นัวๆกันไปหมด บางฉากสีฉากก็กลืนกับตัวละครเลยโฟกัสตัวเมนยากนิดนึง

// [ แอนิเมชั่นตัวละคร ] 7/10 คะแนน
|
มีบางฉากช่วงแรกๆที่เฟรมเรทตก ตัวละครเคลื่อนไหวกระตุกบ้าง พอสักพักก็เริ่มดีขึ้นจาก 12fps เป็น 20fps ไรงี้ ฉากแอ็กชั่นเคลื่อนไหวเยอะๆ จะเนียนกว่าฉากเดินนิ่ง เหมือนเค้าน่าจะเลือกลดเฟรมเรทแค่บางจุดเพื่อลดต้นทุน โดยรวมก็เคลื่อนไหว กระโดด ต่อสู้ ได้ธรรมชาติดีไม่มีปัญหา ไม่รำคาญลูกกะตา แค่แต่ละซีนมันไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่านั้นเอง

// [ งานภาพกราฟิก ] 7.5/10 คะแนน
|
ช่วงอินโทรที่มีโลโก้สตูดิโอไม่ค่อยชอบ ปวดตาชิบหาย จะครืดๆแว้บๆ สีแทรกไปมาเหมือนจอจะพังทำไมเยอะแยะ คือพี่จะอาร์ตแตกไปไหนวะ ใส่ลูกเล่นเยอะโคตรน่ารำคาญ

งานภาพค่อนข้างสวย สไตล์เรโทรคอมมิกยุคเก่าๆ ตัวหนังผสมส่วนที่เป็นซีจีสมจริงกับฉบับการ์ตูนได้ค่อนข้างดี
มี bg ตารางกลมๆแทรกอยู่เหมือนในคอมิกยุคเก่าๆ ฉากเมืองรถรานี่คือสวยหยดเลย มีแสงเงาสมจริง น้ำนี่สะท้อนภาพคมกริ๊บ ฝุ่นควัน ระเบิดสวยงามมาก แต่ก็มีแทรกอารมณ์คอมมิกเข้ามาไม่ให้มันเรียลเกินไป

หนังมันจะมีทั้งช่วงสมจริงหมด ช่วงผสม และช่วงคอมมิกล้วนปนๆกันอยู่ อย่างตอนเปิดประตูมิตินี่แทบจะหลุดออกแฟนตาซีไปเลย ตอนต่อสู้ในเมืองก็จะผสมๆ ส่วนซีนดราม่าหรือซีนธรรมดาที่ไม่ได้เร้าอารมณ์ก็จะสมจริงหน่อย

ผิวหนังผิวหน้าตัวละครจะเป็นสไตล์ตูนเฉด มีขอบคิ้วขอบจมูกเป็นลายเส้นง่ายๆ ไม่เน้นสมจริง ทำแบบสไตล์คล้ายๆ เกม walking dead ของค่าย telltale นั่นแหละ แต่สวยกว่านั้นหน่อยด้วยต้นทุนที่มากกว่า

// [ กลิ่นอายสไตล์คอมิค ] 9/10 คะแนน
|
ภาคนี้ทำออกมาได้สไตล์คอมิกจ๋ามาก ช่วงแรกจะมีมึนๆ ปวดตาหน่อยเพราะสีมันจัดมาก แถมการเคลื่อนไหวก็ไวกระโดดไปมาตามแบบคอมิก ต้องใช้เวลาปรับสายตาสักห้านาที นี่ขนาดโรงปกติไม่ 3D นะ ใครไปล่อ 3D อาจมีคลื่นไส้กันได้

ทุกฉากในหนังจะมีซ้อน bg ตารางกลมๆ เหมือนที่ใช้ในหน้ากระดาษคอมิก พวกลำแสงก็เป็นจุดกลมๆด้วย มีแบ่งเป็นช่องการ์ตูนบางช่วง มีกรอบคำพูดตัวละครบ้าง มีแทรกไอคอนบนหัว รวมถึงเสียงในหัวตัวละคร และกรอบสี่เหลี่ยมบอกเวลาว่า กี่นาทีต่อมา หรือสักพักให้หลัง
ฉากต่อสู้นี่แสงมันจะแว้บไปแว้บมา มีตัวอักษร Boom! Pow! โผล่ขึ้นมาพร้อมกรอบสีๆ ซ้อนทั้งฉาก

ซึ่งโดยรวมก็ออกมาไม่รกตานะ เขารู้ช่วงไหนควรใส่ไม่ควรใส่ ดูแล้วเพลินๆดีไม่น่ารำคาญ ไม่ถึงกับต้องหาพารามาเคี้ยว แต่สำหรับใครเป็นลมชักแนะนำว่าอย่าเลย เอ็งกำเริบแน่นอน แสงสีมันจัดมากแถมแว้บไปแว้บมาชวนมึนใช้ได้

// [ การกระจายบท ] 7/10 คะแนน
|
ก็ทำได้ค่อนข้างโอเคอยู่ ถึงบางตัวจะจืดจางไปบ้าง หรือ โผล่มาเหมือนให้ดูครบทีมเฉยๆ บางตัวก็โดนเนิร์ฟพลังให้น้อยกว่าในคอมิค อย่างเกวน-สเตซี่ ในคอมิกบอกเธอวาร์ปได้ มีฮีลแฟคเตอร์ แต่ในเรื่องกลับไม่มีให้เห็นเลย น้องเพนนีก็นั่งควบคุมในหุ่นยนต์ให้เห็นไม่เยอะเท่าไหร่ นัวร์ก็สู้ๆยิงๆ ตดยังไม่ทันหายเหม็น สลับไปตัวอื่นละ

แต่ถึงยังไงสไปเดอร์แมนทุกตัวก็ยังมีบทมีซีนแอ็กชั่นของตัวเอง ถึงจะโยนให้เด่นอยู่สองตัวโมราเรส-ปาร์คเกอร์ ที่โชว์ของจัดเต็มหน่อย ใช้ทุกความสามารถครบ โมราเรสยิงใยไฟฟ้า ล่องหนได้ ปาร์คเกอร์ สไปเดอร์เซ้นท์แรงกว่าเพื่อน นอกนั้นนี่แทบจะตัวประกอบสนิทไปเลย

ตัวร้ายอย่างคิงพิน แอดว่าทำออกมาได้อ้วนกลมตลกไปหน่อย คือหน้ามันก็โหดดีแหละ แต่หัวมันเล็กไปดูเหมือนคุกกี้กล่องแดงปีใหม่ชอบกล พละกำลังมันก็เว่อร์เกินคนธรรมดาด้วย ทุบกระจกตึกทีระเบิดเป็นทางเลยโคตรเว่อร์

สำหรับใครงง ในหนังมันจะมี ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ สองคนนะแต่คนนึงมาจากต่างมิติ ที่เรียกกันมี B. แทรกตรงกลางคือชื่อกลางมัน Benjamin หนังเรียกเพื่อไม่ให้งงเฉยๆ ซึ่งตัวจากโลกต่างมิตินี่แหละคือตัวหลักที่มาร่วมทีม
- โลกในหนัง : ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์
- โลกต่างมิติ : ปีเตอร์ บี. ปาร์คเกอร์
- ชื่อเต็มสองคนนี้ : ปีเตอร์ เบนจามิน ปาร์คเกอร์ (ชื่อเหมือนกัน)

// [ ดนตรี,เสียงประกอบ ] 9/10 คะแนน
|
เสียงเบสทุ้มหนักมาก เร้าอารมณ์ได้ดีทุกซีน ยิ่ง Sony นี่ขึ้นชื่อเรื่องเสียงระดับคุณภาพอยู่แล้ว ทั้งเสียงบทพูด เสียงหอบตัวละคร เสียงตอนกำลังหวาดกลัว คือสุดทรีนมากใช้ทุกแชลแนลเสียงลำโพงได้คุ้มค่า

ยิ่งฉากแอ็คชั่นนี่อื้อหืมม ตุบตับๆ เปรี้ยง ผัวะๆๆ ลุ้นกันจิกเบาะขาด เสียงเอฟเฟคโคตรพีคทุกหมัด แม้แต่เสียงยิงใยยังกระแทกหูอ่ะ ต้องลองไปดูเองจริงๆ ไม่เสียชื่อว่ามาจากสตูดิโอ Sony เลย
เสียงดนตรีก็ทำได้เร้าอารมณ์มันหยดไปเลย คือมันครบรสดีมาก มีสองเพลงในเรื่องที่ตรึงใจอยากหามาฟังอีก

// [ ความสมเหตุสมผล​ ] 7/10 คะแนน
|
ก็ไม่มีอะไรหวือหวา แทบจะตามสูตรหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไปที่โลจิกจะแฟนตาซีไปหน่อย คือหนังก็พยายามเล่าที่มาที่ไปอ่ะนะ แต่ตัวละครมันเยอะก็เลยกระจายเหตุผลไปไม่ทั่วถึง และหนังเองก็มีแค่สองชั่วโมง
แต่ก็ไม่ได้ถึงกับขัดหูขัดตาอะไรมาก ดูไปได้เรื่อยๆ เพลินๆ เอ็นจอยดี ตามฉบับหนังแนวผจญภัย แฟนตาซี จะให้สมจริงมันไปมันก็คงไม่หนุก

และก็มีบางซีนที่หนังทำหลุดเหมือนกัน อย่างเวลาอยู่ในโซนที่มีแต่ตึกเตี้ยๆ ยิงใยขึ้นฟ้าเฉย อย่างอยู่ดีๆ พระเอกก็มีแรงฮึด เก่งขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆที่ห้านาทีที่แล้วยังกระจอกอยู่เลย การเจอกันของหกสไปเดอร์แมนที่บังเอิญไปหน่อย และยังมีอะไรยิบๆย่อยๆ อีกหลายอย่างที่มันแปลก แต่ก็โอเคพอมองข้ามไปได้

===================
✅ โดยรวมเอาไป 8/10 เลยแล้วกัน มันดำเนินเรื่องสนุกมาก ไม่น่าเบื่อเลยตลอดสองชั่วโมง ส่งรับมุกกันได้ฮามาก ขำกันลั่นโรง ฉากแอ็กชั่นลุ้นดี ชุดตัวละครโคตรเท่ ภาพสวยสไตล์คอมิก ติดอยู่แค่เนื้อเรื่องไม่นอกกรอบ ตามสูตรธรรมดาทั่วไป และเหตุการณ์หลายอย่างที่ดูง่ายไปนิด

ปล. ฉากเอ็นเครดิตไม่ต้องอยู่ดูก็ได้ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าไหร่ แค่จะมีมุกฮาๆ(หรือแป้กก็ไม่รู้)จากการ์ตูนเก่าๆ และคำพูดของปู่สแตนลีมาให้เราหายคิดถึง ...ยังแอบอยากได้เวลารอเครดิตคืนอยู่เลย T T

#โรงหนังไม่ได้จ้างมา #รีวิวรัวๆ #Spiderman #Spiderverse


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(1)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  

[ รีวิวหนัง ] Spider Man - Into the Spider-verse : สไปเดอร์แมน - ผงาดสู่จักรวาลแมงมุม 🕷️🕸️🌀